การนอนกรนเสียงดังที่เกิดขึ้นเป็นประจำจนรบกวนการนอนหลับอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียในช่วงกลางวัน ขี้หงุดหงิด ปวดศีรษะ และหายใจลำบากเวลานอนหลับ การเข้ารับการตรวจการนอนหลับตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ตรวจพบสาเหตุของการนอนกรนและวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง เพื่อคุณภาพการนอนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมักจะมีการสะสมไขมันที่บริเวณลำคอ ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบลง และทำให้เกิดอาการนอนกรนได้ง่ายขึ้น
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการรักษาขึ้นอยู่กับว่า เป็นนอนกรนประเภทไหน รุนแรงแค่ไหน และสามารถตรวจหาสาเหตุ และแก้ไขที่ต้นเหตุได้หรือไม่ ถ้าสามารถแก้ไขได้ ก็สามารถหายขาดได้ ทั้งนี้เนื่องจากนอนกรนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุก่อน และรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและให้เกิดผลดีที่สุด
สามารถสังเกตได้จากเสียงกรน และอาการร่วม read more ดังต่อไปนี้
การป้องกันการนอนกรน ป้องกันอาการนอนกรนได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ เช่น
มีความผิดปกติทางสรีระร่างกาย เช่น มีคางเล็ก คางหุบเข้า กรามเล็ก หรือมีช่องทางเดินหายใจแคบกว่าปกติ
เปลี่ยนท่านอน โดยมากท่านอนหงาย จะเป็นท่าที่ทำให้เกิดการกรนมากที่สุด ท่านอาจลองปรับมานอนตะแคงดูก็ได้ หรือถ้านอนตะแคงไม่ได้จริงๆ ก็ให้นอนหงายแต่พยายามหาอะไรมารองหนุนศีรษะ เพื่อยกระดับศีรษะตอนนอนให้สูงขึ้น ก็พอช่วยได้ครับ
โรคหลอดเลือดหัวใจ: เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
การตรวจวินิจฉัยการนอนกรน มีกี่วิธี และมีวิธีตรวจอาการนอนกรนอย่างไร?
นอกจากนี้ อันตรายที่เกิดจากการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังรวมไปถึงการเกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมองและหลอดเลือดหัวใจ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคของหลอดเลือดสมอง และยังอาจทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงส่งผลให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้
ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม – ลดแรงกดทับที่ลำคอ
โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ เช่น หมอน ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม เพราะสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามเครื่องนอนของเรานั้น อาจทำให้เกิดหอบหืด ภูมิแพ้ได้ ซึ่งทำให้ช่องทางเดินหายใจของเราตีบแคบ และเกิดเสียงกรนได้ครับ